บันทึกการทำ Auto Backup ด้วย batch แจ้งผ่าน Line Notify API

ทุกวันนี้แต่ละวันมีข้อมูล (Data) ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาลมาก พอข้อมูลมากขึ้น พื้นที่จัดเก็บ (Storage) ก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย และสิ่งสำคัญลำดับถัดมาก็คือ พื้นที่สำหรับสำรองข้อมูล (Backup) ก็ต้องมีมากขึ้น และวิธีการจัดเก็บก็มีเทคนิควิธีการมากมาย แล้วแต่สภาพแวดล้อม และกำลังทรัพย์ที่สามารถจัดสรรได้

ผมเคยใช้ Software สำเร็จรูปสำหรับ backup มันช่วยอำนวยความสะดวกในการสำรองข้อมูลได้มาก และราคาก็จะสูงขึ้นไปตาม features ที่ใช้งานได้ คุณลักษณะเด่นๆ ของ software แต่ละตัวก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น รองรับการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่หลากหลาย, มี FTP SFTP SSH, ทำ snapshot, version control, schedule backup, เป็นต้น วันนี้จะเสนอวิธีช่วยตัวเองแบบง่ายๆ โดยไม่พึ่ง software ราคาแพงกัน

ผังการทำงานเป็นดังนี้
  1. เตรียมข้อมูลที่จะสำรอง
  2. ทำรายการของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลใดๆ
  3. บีบให้เป็นก้อนเดียวและบันทึกชื่อเป็นวันที่
  4. ส่งไปเก็บที่ปลอดภัย
  5. ส่งไปเก็บบน cloud
  6. แจ้งเข้า Line Notify

ซึ่งไฟล์ backup.bat ก็มีการปรับไปปรับมา จนถึงจุดที่พอใจในระดับหนึ่ง โดย code จะตัดส่วนการทำงานดังนี้

คำนวนเวลาที่ใช้งาน

ใช้สำหรับแจ้งเวลาเริ่มต้นการทำงาน และเวลาสิ้นสุด พร้อมคำนวนเวลาที่ใช้ทั้งหมด ส่งไปแจ้งเตือนทาง Line ที่ตั้งค่าไว้ ในที่นี้ใช้การเรียกไฟล์ด้วยคำสั่ง CALL line.bat <argument> 

Result: คำนวนเวลาที่ใช้งาน

ลบไฟล์เก่า เก็บไว้เพียง 10 ไฟล์ล่าสุด

โดยตรวจสอบค่า "%varRemove%" == "true" จริงตามเงื่อนไขจะดำเนินการลบ ถ้าไม่ใช่ก็ข้ามไปทำขั้นตอนอื่นต่อ ใน IF จะใช้ FOR /F โดยกำหนด path ไปตำแหน่งที่ได้ backup ข้อมูลไว้ ในที่นี้จะใช้นามสกุลไฟล์ .zip ที่ได้หลังจากการบีบอัดแล้ว

Backup Database ด้วย SQLCMD

โดยใช้ SQLCMD เพื่อ Backup database ซึ่งคำสั่งนี้จะเพื่อ Restore ก็ได้ เนื่องจากมันเป็น command สำหรับทำ query รูปแบบการใช้งานโดยใช้การเชื่อมต่อแบบ Windows Authentication เพื่อรัน sql

คู่มือการใช้งาน sqlcmd Utility
https://docs.microsoft.com/en-us/sql/tools/sqlcmd-utility

ตัวอย่าง:

Syntax sqlcmd

ตัวอย่างที่ผมใช้ run เพื่อ backup Database ของ ESET Remote Administrator 6 และ ฐานข้อมูลของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ HIP (แชร์ประสบการณ์ ติดตั้งเครื่องสแกนนิ้วมือ HIP)

-S .\ERASQL เนื่องจาก ERA แยกเก็บคนละ instance กับ default instance ของ SQL Server

-Q สั่ง query เพื่อไปเก็บที่ '%cd%\data\EARDB.bak'

ดูต่อที่ BACKUP (Transact-SQL)
https://docs.microsoft.com/en-us/sql/t-sql/statements/backup-transact-sql

บีบอัดไฟล์ ด้วย 7Zip

ขั้นตอนนี้จะดึงไฟล์ข้อมูลที่ได้ backup มาไว้ใน directory /data ที่กำหนดไว้ โดยบันทึกชื่อไฟล์รายวัน ตาม format นี้ YYYY-MM-DD-HHMM-backup.zip และเอาไปเก็บไว้ใน directory /send สำหรับส่ง

"%varPathToSevenZip%\7z"  path directory ที่อยู่ของโปรแกรม 7 zip ในที่นี้คือ  C:\Program Files\7-Zip

a -t%varArchiveType% สร้าง archive ด้วยประเภท -t{type of archive} ในที่นี้คือ zip

"%varTargetBackupSet%"จะให้เก็บไฟล์ที่บีบอัดแล้วไว้ที่ไหน ในที่นี้คือ /send

@"%varInclusionsFile%" ผมใช้ List file เก็บไว้ในไฟล์ Inclusions.txt

-xr@"%varExclusionsFile%" ชนิดไฟล์ หรือ directory ที่ไม่ต้องจัดเก็บ เป็น List file Exclusions.txt

7-Zip Command Line Syntax : ชุดคำสั่งหลักของ 7zip
CommandDescription
aAdd
bBenchmark
dDelete
eExtract
hHash
iShow information about supported formats
lList
rnRename
tTest
uUpdate
xeXtract with full paths
7 Zip Command Line Switches Syntax : ชุดคำสั่งเสริมของ 7zip
SwitchDescription
Stop switches parsing
-adShow dialog box in GUI version (7zg)
-aiInclude archive filenames
-anDisable parsing of archive_name
-aoOverwrite mode
-axExclude archive filenames
-bb[0-3]Set output log level
-bdDisable progress indicator
-bs{o|e|p}{0|1|2}Set output stream for output/error/progress
-btShow execution time statistics
-iInclude filenames
-mSet Compression Method
-oSet Output directory
-pSet Password
-rRecurse subdirectories
-saSet Archive name mode
-sccSet charset for for console input/output
-scrcSet hash function
-scsSet charset for list files
-sdelDelete files after including to archive
-semlSend archive by email
-sfxCreate SFX archive
-siRead data from StdIn
-slpSet Large Pages mode
-sltShow technical information
-sniStore NT security information
-snsStore NTFS alternate Streams
-sncExtract file as alternate stream, if there is ‘:’ character in name
-snrReplace ‘:’ character to ‘_’ character in paths of alternate streams
-snhStore hard links as links (WIM and TAR formats only)
-snlStore symbolic links as links (WIM and TAR formats only)
-soWrite data to StdOut
-spdDisable wildcard matching for file names
-speEliminate duplication of root folder for extract archive command
-spfUse fully qualified file paths
-sscSet Sensitive Case mode
-sswCompress files open for writing
-stlSet archive timestamp from the most recently modified file
-stm{HexMask}Set CPU thread affinity mask (hexadecimal number).
-stx{Type}Exclude archive type
-tType of archive
-uUpdate options
-vCreate Volumes
-wSet Working directory
-xExclude filenames
-yAssume Yes on all queries

คู่มือการใช้ 7-Zip Command Line
https://sevenzip.osdn.jp/chm/cmdline/

ตัวอย่างการใช้ 7-Zip Command Line
https://www.dotnetperls.com/7-zip-examples

ส่งไฟล์ผ่าน SFTP ด้วย WinSCP.com

คำสั่งนี้จะไปเรียก winscp.com และส่ง argument เข้าไปเพื่อทำงาน โดยใช้ /script=script.txt ที่มีคำสั่งสำหรับอัพโหลดไฟล์และค่าต่างๆ

{User}แทนค่า ชื่อผู้ใช้
{Password} แทนค่า รหัสผ่าน
{host or IP} แทนค่า ชื่อโฮส หรือ ไอพี
{Key Fingerprint} แทนค่า โฮสคีย์ SSH-RSA

WinSCP Command Line Syntax
CommandDescription
callExecutes arbitrary remote shell command
cdChanges remote working directory
checksumCalculates checksum of remote file
chmodChanges permissions of remote file
closeCloses session
echoPrints message onto script output
exitCloses all sessions and terminates the program
getDownloads file from remote directory to local directory
helpDisplays help
keepuptodateContinuously reflects changes in local directory on remote one
lcdChanges local working directory
llsLists the contents of local directory
lnCreates remote symbolic link
lpwdPrints local working directory
lsLists the contents of remote directory
mkdirCreates remote directory
mvMoves or renames remote file
openConnects to server
optionSets or shows value of script options
putUploads file from local directory to remote directory
pwdPrints remote working directory
rmRemoves remote file
rmdirRemoves remote directory
sessionLists connected sessions or selects active session
statRetrieves attributes of remote file
synchronizeSynchronizes remote directory with local one

ส่งการแจ้งเตือนผ่านทาง Line Notify

ใช้ Line Notify API เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือน เวลาเริ่มต้น, สถานะ task ที่ทำงาน, เวลาสิ้นสุด, รวมเวลาที่ใช้ สามารถอ่านรายละเอียดของ Line API ได้ที่ https://notify-bot.line.me/doc/en/

ซึ่งใน Windows จำเป็นต้องโหลด curl มาเพื่อใช้ในการส่งข้อมูล ดาวน์โหลดได้ที่ https://curl.haxx.se/download.html สำหรับ Windows นั้นไม่ต้องติดตั้ง แตก zip แล้วนำ curl.exe มาใช้งานได้ทันที โดยเลือกให้เหมาะสมกับ OS ที่ใช้งานอยู่ทั้งแบบ 32bit และ 64bit

ตัวอย่างการส่งด้วย curl 

ตัวอย่าง:

ผลลัพท์ที่ได้

การตั้งค่า Settings.txt

ค่าต่างๆจะถูกกำหนดไว้ในไฟล์ Settings.txt และถูกเรียกใช้โดย backup.bat โดยใช้คำสั่งดังนี้

SET dest=Settings.txt รับค่าจากไฟล์เข้ามา จากนั้น IF EXIST ถ้าพบว่ามีไฟล์นี้จริงอยู่ใน directory เดียวกัน ก็ข้ามไป :labelBegin เพื่อเริ่มการทำงาน ถ้าไม่พบก็จะแจ้งเตือนว่าไม่พบไฟล์ จากนั้นจะ for loop %dest% เพื่อกำหนดตัวแปรขึ้นมา ด้วย SET %%i=%%j ซึ่งไฟล์ Settings.txt มีรายละเอียดดังนี้

้หลังจากได้ batch file เพื่อทำงานแล้ว ก็เข้าไปตั้งค่าใน  schedule task เพื่อให้ทำงานตามวันและเวลาที่กำหนด

วิธีสร้าง Task Schedule สำหรับ  .bat

เข้าไปที่ Start > ค้นหา task schedule > เปิดขึ้นมา จากนั้นคลิกขวาที่ Task Scheduler Library เลือก  Create Basic Task กรอก ชื่อ task และ คำอธิบาย (ุถ้ามี)

จากนั้นเลือกความสม่ำเสมอของการทำงาน เช่น ทุกวัน, ทุกอาทิตย์, เฉพาะตอนเปิดเครื่อง, หรือเหตุการณ์อื่นๆ

ระบุช่วงเวลา ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ Trigger ที่เราเลือก ถ้าไม่ได้ระบุให้ “ทำซ้ำ” หน้าต่างด้านล่างก็จะปรากฏขึ้น

จากนั้นเลือก Action ในที่นี้จะให้ Start a program

จากนั้นจะขึ้น Program/script ที่ต้องการให้ทำงาน ให้ Browser ไปยังไฟล์ .bat ที่สร้างไว้ หากมีการกำหนด argument ก็สามารถระบุเข้าไปได้ และที่สำคัญ คือส่วนของ Start in (ontional) ตรงนี้หากเราไมได้ run .exe หรือ คำสั่ง batch ไม่ได้ทำงานทั่วๆ ไป จำเป็นต้องระบุ path ให้มันด้วย ไม่งั้นโปรแกรมจะเริ่ม run จาก C:\ ไม่ใช่ตำแหน่งที่เราจัดเตรียมไว้

เสร็จแล้วจากนั้นก็ Finish

เป็นอันจบกระบวนการทั้งหมดที่สร้างขึ้น ซึ่ง script ก็สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะนำไฟล์ที่โยนเข้า NAS ที่ได้ share folder ไว้สำหรับสำรองข้อมูล และ Sync ไปเก็บไว้บน Cloud