แดกๆไปเหอะ ของกูอร่อย!!

เรื่องราวนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นกับผมเอง เพียงแต่ผมเป็นผู้ร่วมวงสนทนาเท่านั้น เขาได้แชร์ภาพทุเรียนทอดเข้ามาในกลุ่ม ภาพที่เห็นคือ สินค้าตัวโชว์ กับ สินค้าที่ได้รับจริงๆ มันคนละเรื่องกันเลย มันดูแย่มากๆ จนขนาดต้องใช้ช้อนตักทาน เพราะหยิบยากเพราะมันร่วน ภาพของทุเรียนทอดกรอบที่เป็นแท่งๆ แทบไม่มีเหลือ เป็นเศษทุเรียนเล็กๆ ที่เหมือนตักจากก้นถุงมาขาย

การคิดถึงตัวเองให้น้อยลง

เริ่มจากมีกระทู้ดราม่า อีตอแหล ชาบู ชาบู เกี่ยวกับเรื่อง เด็กขาดความอดทน ทำให้มี คนไทยชอบแจม เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม จนผมเริ่มก่อดราม่าเล็กๆขึ้น ด้วยคำกำกวมสั้นๆ จนโดนด่าว่า โลกของฉันสวยงาม พอโดนรุมทึ่งมากๆเข้าเลยต้อง สงบปาก สงบคำ ไม่งั้นจะถูกตราหน้าว่า ผมผิดเองที่เกิดมาโง่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมปรารถนาไม่อยากให้สังคมไทยเราทำแบบ ควายหายล้อมรั้ว ทำแบบขอไปที แก้ที่ปลายเหตุ แก้กันไม่จบไม่สิ้น — วันเดียวขุดบทความที่เคยเขียนมาเยอะเลย

handwriting

กี่ยุคสมัย ลายมือก็ไม่เปลี่ยน

นี่มันก็ปาเข้าไปศตวรรตที่ 21 แล้ว เทคโนโลยีก็มีความก้าวหน้าไปไกลสุดลูกหูลูกตา การทำงานทุกอย่างอาศัยระบบคอมพิวเตอร์เขามามีส่วนช่วย และควบคุมการทำงานในทุกขั้นตอน ไหนจะ SmartPhone Tablet อีกมากมาย อุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้ก็ทรงอานุภาพอย่างมาก ทั้งขีดเขียน ถ่าย แชร์ ส่งต่อ ล้วนทำได้ง่ายเสียยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก

ควายหายล้อมรั้ว

ว่าด้วยข่าวเปิดตัว”เกมเมอร์การ์ด”โปรแกรมป้องกันเด็กติดเกมครั้งแรกของไทย พออ่านแล้วก็นึกสลด หดหู่ใจยังไงชอบกล คือด้วยหลักการ “เชิงบวก” อย่างที่เขาว่า คือ ลงโปรแกรมนี้แล้ว จะช่วยแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์ ช่วยเตือนเวลาเล่นเกมส์ และใช้งานอินเทอร์เน็ตเกินเวลาที่กำหนด

เสียดาย ควายได้แต่อ่าน

ก่อนอื่นผมจะเกริ่นก่อนว่าผมได้อ่านบทความของคุณ วิกรม กรมดิษฐ์ เกี่ยวกับจุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ?เมื่อได้อ่านแล้วก็ได้คิดว่า ข้อความมันชั่งกระชับได้ใจความเสียจริง ผมเลยอยากเอาความคิดเห็นส่วนตัวมาถอดและอภิปรายเป็นข้อๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้ครับ ต้องบอกว่าประเทศไทยเปิดศักราชปีเสือไม่โสภา เมื่อ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ระบุว่าไทยอาจไม่เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุนเหมือนที่ผ่านมาในสายตาของ นักลงทุนญี่ปุ่น ทำให้คิดถึงความคิดเห็นของ วิกรม กรมดิษฐ์ เจ้าพ่ออมตะนครที่เคยพูดถึง “จุดอ่อน” ของคนไทยไว้ 10 ข้อคือ