ประสบการณ์ การเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันเว็บไซต์

ได้รับเกียรติไปเป็นคณะกรรมการตัดสินแข่งขันทักษะการ(สร้างระบบ)ขายสินค้าออนไลน์ (e-commerce) ในการประชุมวิชาการ องค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย การแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับภาค ภาคกลาง ครั้งที่ 24 ประจำปีการศึกษา 2559 วันที่ 6-10 ธันวาคม 2559 ณ วิทยาลัยเทคนิคชัยนาท ซึ่งมีสถาบันอาชีวศึกษาในภาคกลางเข้าร่วมทั้งหมด 14 ทีม ทีมละ 2 คน ซึ่งอุปกรณ์ทุกอย่างทางผู้จัดจะเตรียมไว้ให้ ทั้งคอมพิวเตอร์ที่ใช้แข่งขัน เครื่องแม่ข่ายและเนื้อหาของสินค้า โดยการแข่งขันนั้นมีกติกาที่เป็นมาตรฐานระดับชาติ เป็นผู้ออกกติกาที่ใช้แข่งขัน ในครั้งแรกที่ผมเห็นกติกานี้ผมอยู่ในฐานะของที่ปรึกษา นศ.ที่จะเข้าแข่งขัน โจทย์ที่ให้มานั้นคือ สร้างระบบ e-commerce เกือบสมบูรณ์ ในเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งมันน้อยมาก ๆ ในความรู้สึกผม เพราะแค่คิดว่าจะขายอะไรนั้นก็ยากเต็มทนแล้ว โดยครั้งแรกทีเห็นนั้นผมมีอติกับการกติกาการแข่งขันนี้มาก เพราะมันดูเป็นการตีกรอบความคิด “เด็กไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่นอกเหนือจากนี้ได้เลยหรือ?” คำถามใจในผมตอนนั้น จนครั้งนี้มาเป็นกรรมการถึงได้เข้าใจว่า การประเมินทักษะ ทำไมถึงต้องออกกติกาแบบนี้ เนื่องจากเป็นการวัดมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งคะแนนที่ให้มา 100 คะแนน ก็มีการให้ค่าน้ำหนักแตกต่างกันออกไป ซึ่งจะลำดับไปตามหัวข้อต่างๆ …

The Human Rights Equality but Justice or Not

วันนี้ตอนเที่ยงๆ ขับรถไปตามถนนสายเอเซียขาเข้ากรุงเทพ ได้เห็นชายคนหนึ่ง รูปร่างไม่สูง ผิวดำคล้ำ เนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ย เดินไปตามถนนผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาจะเดินไปไหน ไปทำไม ซึ่งดูจากลักษณะท่าทางแล้ว มีความเป็นไปได้อยู่สองอย่างเท่าที่ผมจินตนาการได้ คือแกเป็นคนไม่สมประกอบ หรือ สติไม่ดี หรืออีกอย่างก็เป็น homeless หรือคนเร่ร่อน ที่เดินไปไม่มีหลักแหล่งที่อยู่อาศัยที่แน่นอนและมันก็มีมโนภาพที่แว๊บเข้ามาในหัวผมทันที ว่าถ้าลุงมี “ธง” ซักสองอัน ชีวิตลุงอาจจะไม่เป็นแบบนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อราวๆ กลางเดือนนี้ มีลุงคนนึงแกเดินทางไกล ไกลมาก เพื่อมาทำสิ่งที่แกตั้งใจ จนเป็นข่าวครึกโครม ผู้คนพากันไปให้กำลังใจ ไปต้อนรับขับสู้ ให้ที่กินที่อยู่อาศัย คอยดูแลจนแกไปถึงที่หมาย พอกลับมาย้อนถึงปัจจุบัน กับลุงเร่ร่อนที่ไม่รู้จุดหมาย ผมเองอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมไม่มีใครสนใจแกเลย ไม่มีใครคอยให้กำลังใจ ไม่มีใครไปขอถ่ายรูป ไปยืนให้สัมภาษณ์กับสื่อ ไม่มีใครทำข่าว ไม่มีใครหาน้ำหาอาหารให้ แล้วไม่รู้ด้วยว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน สังคมที่เขาว่า “เสมอภาค” จริงๆ มันไม่ได้ “เท่าเทียม” กันหรอก ความยุติธรรมในสังคมมันอาจเป็นเพียง “มโนโซเชียล” เท่านั้น

ผมผิดเองที่เกิดมาโง่

ช่วงนี้มันชักจะหนักข้อขึ้นทุกวันสังคมเรา เอาอย่างด้านแย่ๆ ของต่างประเทศมาหมด ย้ำเลยว่าเอามาแต่ด้านแย่ๆ แย่มาก ไม่ไหวจะเคลียร์

ป่าความคิด

“ความคิด” เป็นคุณสมบัติส่วนตัวเฉพาะบุคคล จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับทักษะประสบการณ์ ขนาดของความคิดจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับกำลังที่จะสานต่อ เมื่อมีหลายคน หรือหลายหัว รวมกันมากขึ้นๆ ต่างคนก็ต่างคิด ทั้งๆที่เป็นคนเหมือนกัน แต่คิดไม่เหมือนกัน เพราะเราไม่เหมือนกัน ก็ไม่ต่างจาก “ป่า” ที่มีความคิดเป็นต้นไม้นานาพรรณ ซึ่งต่างก็ไม่เหมือนกัน ต้องการอาหาร แสงแดด และการดูแลไม่เหมือนกัน บ้างยืนต้น บ้างไม้เลื้อย บ้างก็กาฝาก ต่างก็ไม่เหมือนกัน แต่เป็นพืชเหมือนกัน

เสียดาย ควายได้แต่อ่าน

ก่อนอื่นผมจะเกริ่นก่อนว่าผมได้อ่านบทความของคุณ วิกรม กรมดิษฐ์ เกี่ยวกับจุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ?เมื่อได้อ่านแล้วก็ได้คิดว่า ข้อความมันชั่งกระชับได้ใจความเสียจริง ผมเลยอยากเอาความคิดเห็นส่วนตัวมาถอดและอภิปรายเป็นข้อๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้ครับ ต้องบอกว่าประเทศไทยเปิดศักราชปีเสือไม่โสภา เมื่อ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ระบุว่าไทยอาจไม่เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุนเหมือนที่ผ่านมาในสายตาของ นักลงทุนญี่ปุ่น ทำให้คิดถึงความคิดเห็นของ วิกรม กรมดิษฐ์ เจ้าพ่ออมตะนครที่เคยพูดถึง “จุดอ่อน” ของคนไทยไว้ 10 ข้อคือ