ความโหดเหี้ย..มของ SEO สายเทา

เห็นมาก็เยอะกับพวก SEO สายเทา ที่ขยันโปรโมตเว็บเสียเหลือเกิน ซึ่งก่อความรำคาญใจให้กับคนใช้ facebook ไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือผมเอง ที่กด report ไม่หวาดไม่ไหว เมื่อลองศึกษาเทคนิคและวิธีการของคนพวกนี้แล้ว พบว่า มันมีชั้นเชิงที่เปลียนไปเรื่อยๆ มาเริ่มกันที่ยุคแรก โดยผมเองก็ยังไม่รู้ที่มาที่ไปที่แน่ชัดว่า คนที่เขาถูกนำ facebook id ไปใช้นั้น ถูกโจรกรรมไปด้วยวิธีการไหน ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่า อาจจะเผลอไปกรอก email, password กับ “เว็บปลอม” ที่หลอกดักข้อมูลผู้ใช้ (phishing) หรือให้ผู้ใช้งาน submit app เป้าหมาย เพื่อขอ permission เอามาใช้งานได้ (หรือมี app ที่แอบดักข้อมูลบนมือถือ อันนี้ยากหน่อย แต่ผมเชื่อว่าทำได้) *ร้ายที่สุดคือมันเอา token key เราไปใช้ แต่ไม่น่าเป็นไปได้ ซึ่งตัวอย่างของยุคแรกนั้น ค่อนข้างโจ่งแจ้งและก่อผลเสียให้กับผู้ที่ถูก “ลักลอบ” นำไอดีไปใช้อย่างมาก เนื่องจากมันจะโพส “ภาพโป๊” ที่ลวงว่าเป็น “คลิปสยิว”  ตามภาพด้านล่าง …

ทำไมผมถึงใช้ jQuery Validation Plugin

การ validate ข้อมูลใน form ก่อนที่จะ submit นั้น ข้อดีของมันก็คือ “ทำให้ user ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำอีก เมื่อเกิดข้อผิดพลาด” ยกตัวอย่างเช่น มีแบบฟอร์มให้กรอกข้อมูลบุคคล มี input ประมาณ 20 ตัว ที่ต้องกรอกให้ครบ แต่ userA เข้ามากรอกข้อมูลจากนั้นกด submit แต่ระบบแจ้งว่าข้อมูลที่กรอกไม่ถูกต้อง พอกด back หรือย้อนกลับไปหน้ากรอกข้อมูล พบว่าข้อมูลที่เคยกรอกไว้ มันหายไปหมด ต้องมานั่งหัวเสียกรอกซ้ำอีกรอบ เป็นแบบนี้ทำให้เกิดความยุ่งยากแก่ผู้ใช้บริการ จะดีกว่ามั้ยถ้ามีการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะกด submit เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งนี่คือเรื่องราวของบทความนี้ ขอเกริ่นเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมาซักเล็กน้อย เพื่อให้ให้เข้าเหตุผลว่าทำไมผมถึงเลือกใช้ แต่ก่อนนั้น สมัยที่ใช้กันแต่ javascript เพียวๆ การที่เราจะทำการ validate ข้อมูลที่กรอกใน form input นั้น ทำได้ค่อนข้างยาก และสลับซับซ้อนมากกว่าจะได้เงื่อนไขที่ดักจับ Value ไม่ให้หลุดรอดไปได้ ผมขอยกตัวอย่างเช่น การสร้าง form …

ขั้นตอนการย้ายโดเมนเนมจาก GoDaddy ไป Name.com

กระบวนการย้าย Domain Name จาก GoDaddy ไป Name นั่นไม่ใช่เรื่องยากอะไร มีขั้นตอนที่สรุปสั้นๆได้ว่า “เช็ก – จ่าย – ยืนยัน – การโอน” ซึ่งก่อนอื่นที่จะทำการโอนได้เราต้องมีบัญชีของ GoDaddy และ Name.com เสียก่อน และที่ขาดไม่ได้คือเลขบัตรเครดิตที่มีเงินพร้อมจ่ายสำหรับค่าดำเนินการ ขอบอกว่า ถูกกว่าการต่ออายุโดเมนเสียอีก มาดูขั้นตอนกันเลยแบบ Step to Step 1. ล๊อคอินเข้าเว็บ godaddy เพื่อทำการ ปลคล๊อคโดเมนที่เราจะทำการโอนย้าย โดยเลือกไปที่โดเมนที่เราต้องการ ในช่อง Lock พบว่าสถานะเป็น On ให้กดที่ Manage   2. จากนั้นกดเลือกที่ Off และกด SAVE 3. กดส่ง Authorization Code ซึ่งเปรียบเสมือนใบอนุญาต ไปยังอีเมลของเรา เพื่อนำไปใช้สำหรับ Transfer Domain เมื่อคลิกที่ …