เผลอแป๊บเดียว ผ่านไปอีกปีแล้ว จากวันนั้น ปี 2010 จนมาวันนี้ ปี 2012 ก็ปาเข้าไป 2 ปีกว่าแล้ว ที่ไม่ได้อัพบทความ ไม่ได้เพิ่มผลงาน ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่มีความก้าวหน้าให้เห็นเลย มันน่าหนักใจจริงๆ ลองย้อนถามกับตัวเองว่า มันเป็นเพราะอะไร? ทำไมเราถึงไม่มีเวลา? ใช่หรือ? เรารออะไร ทำไมไม่ทำในสิ่งที่อยากทำ ทำไมถึงโอ้เอ้ มัวรออะไรอยู่ หรือจะปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ โดยได้แต่นั่งมองวันเวลาที่ผ่านไป
ภาพชุดนี้เก็บไว้นานมากๆ ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๐ เมื่อถึงงานรับปริญญาของเพื่อนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จะเรียกได้ว่าเป็น งานรับปริญญางานแรกเลยก็ว่าได้ ที่ได้ไปถ่ายรูป และก็เริ่มเล่นกล้องได้ไม่นานนัก พอย้อนกลับมาดูภาพแล้ว รู้สึกไม่สวยสมใจเลย เหมือนเด็กหัดถ่าย หรือตาสี ตาสา ที่ไหนเอากล้อง ดิจิม่อน มากดบันทึกภาพก็ไม่รู้ เป้งมันมาบอกผมว่า จะรับปริญญา ให้ไปวันซ้อมใหญ่ ชวนเพื่อนผมไปด้วย ซึ่งใจจริงๆแล้ว มันจะเอาผมเป็นข้ออ้าง เพื่อชวนเมย์ ให้มางานรับปริญญามัน แต่ก็ล้มเหลว เพราะเมย์มาไม่ได้ แห้วไปไอ้เสือ ตอนที่ถ่ายภาพชุดนี้ มีอยู่ภาพนึงที่ยังรู้สึก ขนลุกไม่หาย เป็นภาพที่เพื่อนผม ไอ้เป้งนี่แหละ มันยืมอยู่หน้าพ่อขุนฯ ที่เป็นลานสักการะ หรืออะไรซักอย่าง ที่เป็นเนินดิน ประดับด้วยดอกไม้ ที่นี้ที่ผมรู้สึกขนลุกก็เพราะว่า รูปที่ถ่ายออกมา มันไม่ติดคน! คือว่าตรงนั้น จะมีคนเดินผลุกพล่านมากๆ จนแน่นไปหมด ผมเองก็ยังแปลกใจว่า วูบหนึ่ง ที่ผมถ่ายรูป ไม่ยักกะมีคนเดินผ่าน ทั้งๆ ที่เป็นวันซ้อมใหญ่ การไปถ่ายรูปครั้งนี้ก็ถือว่า เป็นการเริ่มต้นที่พอรับได้ ไม่ขี้เหล่มากนัก ลองชมภาพงานรับปริญญาครั้งแรกของผมดูครับ
ออกแบบเพิ่มมาอีก 2 แบบ รวมกันเ็ป็น 3 แบบ ที่ให้เลือก ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีสีขาวและสีดำ ดูความต้องการ เพราะสีใช้สีเดีัยวกัน แต่เสื้อคนละสีเท่านั้น
เสร็จสิ้นไปแล้วกับการอบรมมัคคุเทศก์ ในโครงการต้นกล้าอาชีพ รุ่นที่ 1 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา เวลา 20 วัน ที่พัดพาคนทั้ง 13 คนมาพบเจอกัน มันช่างบังเอิญเหลือเกิน มีคนที่อายุ 18 ไปจนถึง 40กว่า แต่ทุกอย่างก็ดูลงตัว ไปหมด สีสรรค์จะอยู่ที่วัยรุ่น ในการสร้างเสียงหัวเราะ และความสนุกสนาน อาทิ เชอรี่ สาวร่างยักษ์ ที่หุ่นเธอพริ้วไหว ไปตามจังหวะเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ และคนที่มาที่หลังสุดคือพี่อ้อ ที่เข้ามาวันแรก นิ่งมากๆ จนทำให้ผมคิดไปว่า พรุ่งนี้พี่เขาจะมาอีกมั้ยน้อ? แต่พี่เขาก็มา และเข้ากันกับพวกเราได้ อย่างกลมกลืน ยังนั่งถามตัวเองอยู่ทุกวัน ว่าอะไรทำให้พวกเรา เข้ากันได้ไวขนาดนี้ เพราะอะไร? ผมเองก็ยังหาคำตอบตรงนี้ไม่ได้ ความรู้สึกของผมเองตอนที่อบรมอยู่นี้ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกลับไปเรียนอีกครั้งหนึ่ง จากที่ผมเคยทำงานตอนกลางคืน นอนกลางวัน ผมก็ต้องกลับหัวชีวิต? มาอบรมกลางวันและนอนกลางคืนแทนบ้าง ผมต้องตื่นเช้าไปเรียน เหมือนสมัยที่เรียนอยู่ มันช่างเป็นชีวิตที่สุดแสนสบาย จริงๆนะ มันรู้สึกมีความสุข ที่ได้ไปเจอเพื่อนๆ ได้ไปเรียน ได้ไปหาสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต …